เศรษฐกิจ   6 ม.ค. 2560

การขับเคลื่อนแคมเปญระดับประเทศของเครือข่ายอนาคตไทย “อย่าให้ใครว่าไทย”

“เครือข่ายอนาคตไทยขับเคลื่อนแคมเปญ “อย่าให้ใครว่าไทย ขี้โกง ฟุ้งเฟ้อ มักง่าย ไร้สติ” อย่างต่อเนื่อง ระดมองค์กรภาคีเครือข่ายรวมตัววางแผนภารกิจกลุ่มย่อย ขยายผลเครือข่ายสู่ระดับภูมิภาค 3 จังหวัด พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งด้วยการศึกษาวิจัยแนวทางการบริหารจัดการเครือข่ายอย่างเป็นระบบ”

เครือข่ายอนาคตไทยเป็นการรวมตัวกันของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการรณรงค์ระดับประเทศ Thailand Campaign ภายใต้ชื่อ "อย่าให้ใครว่าไทย"  ซึ่งเป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายที่จะกระตุ้นให้คนไทยปรับเปลี่ยนทัศนคติลดเลิกพฤติกรรมเชิงลบ (ขี้โกง ฟุ้งเฟ้อ มักง่าย ไร้สติ) โดย 6 องค์กรหลักผู้ริเริ่ม ได้แก่ มูลนิธิมั่นพัฒนา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและสภาหอการค้าไทย ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายทั้งสิ้นจำนวน 111 องค์กร

ความเคลื่อนไหวของเครือข่ายอนาคตไทยตลอดปี 2559 ที่ผ่านมานั้น มีความครบเครื่องในทุกด้านทั้งภารกิจการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ทั้ง 4 นิสัยของคนไทย การขยายผลเครือข่ายไปสู่ระดับภูมิภาค และการพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่าย โดยแต่ละองค์กรภาคีเครือข่ายได้มีการขับเคลื่อนรณรงค์ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานของตนเอง ซึ่งมีตัวอย่างการขับเคลื่อนภารกิจด้านต่างๆ ดังนี้

การรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทยขี้โกง” มีการขับเคลื่อนโดยมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยที่ได้จัดทำหลักสูตรโตไปไม่โกงสำหรับอบรมครูผู้สอน และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดที่มีภารกิจหลักคือการเฝ้าระวัง “ข้าราชการไทย” ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อสร้างความใสสะอาดของประเทศไทย นอกจากนั้นยังมี CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ที่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ภาคเอกชนเห็นความสำคัญการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันเพื่อสร้างผู้ประกอบการที่ซื่อสัตย์สุจริต และในปีที่ผ่านมา (2559) เครือข่ายอนาคตไทยได้ร่วมกันแสดงพลังในกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ "เปิดไฟไล่โกง" ร่วมกับภาคีอื่นๆ ในวันต่อต้านคอร์รัปชันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 ณ ท้องสนามหลวงซึ่งจัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่าหมื่นคน

การรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทยฟุ้งเฟ้อ” ซึ่งถือเป็นประเด็นหลักของปี 2559 เนื่องด้วยอัตราหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง สมาชิกเครือข่ายอนาคตไทยอย่างสถาบันการเงินจึงได้ออกมารณรงค์สร้างวินัยทางการเงินให้กับคนไทย ทั้งการรณรงค์ภายในองค์กรและภายนอกองค์กร ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินที่จัดอบรมความรู้ด้านการบริหารเงินเพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกรุงเทพจัดกิจกรรม “การเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง” ซึ่งเป็นเสวนาสัญจรให้ความรู้การจัดการเงินแก่ประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ธนาคารกรุงไทยเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยการเงินและการออมแก่พนักงานผ่านสื่อภายในองค์กร  ธนาคารไทยพาณิชย์กับแคมเปญ “ไทยพาณิชย์ชวนไทยคิดออม” เชิญชวนประชาชนแบ่งปันเคล็ดลับวิธีการออม รวบรวมและจัดทำเป็น “ตำราพิชัยการออม” ส่งมอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ รวมถึงจัดแสดงนิทรรศการ “อย่าให้ใครว่าไทย ไม่ออม” และชมรม CSR สมาคมธนาคารไทยจัดทำโครงการ “รู้เก็บ รู้ใช้ สบายใจ(Saving For Change)” ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมความรู้ทางด้านการเงินและการสร้างวินัยทางการเงินให้กับกลุ่มเยาวชน และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระซึ่งนอกจากกลุ่มสถาบันการเงินแล้วในกลุ่มบริษัทเอกชนอย่างกลุ่มมิตรผลก็ยังมีโครงการด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพนักงาน ชื่อโครงการ “ปลอดหนี้ ชีวีมีสุข” ภายใต้แคมเปญ “อย่าให้ใครว่าคนมิตรผลฟุ้งเฟ้อ” เพื่อรณรงค์ให้พนักงานมีการใช้จ่ายที่เหมาะสม ลดความฟุ้งเฟ้อ

สำหรับการรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทยมักง่าย” มีการขับเคลื่อนโดยการประปานครหลวง (กปน.) จัดทำแคมเปญ “อย่าให้ใครว่าไทยไม่รักษ์น้ำ” ปลูกจิตสำนึกให้รู้จักการใช้น้ำและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และบริษัทในกลุ่มสมบูรณ์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรมีการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานผ่านการทำโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลังงานรวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตไปจนถึงการจัดทำ “โครงการโรงงานปลอดโฟม” ช่วยลดภาวะโลกร้อน และสุดท้าย การรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทยไร้สติ” ในปีที่ผ่านมา สถานีวิทยุ TRS 99.5 ร่วมมือกับ “เครือข่ายแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์” ปลุกกระแสวินัยจราจรและความมีน้ำใจของผู้ขับรถแท็กซี่ จัดแคมเปญรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าแท็กซี่ไทยแล้งน้ำใจ” เพื่อขยายเครือข่ายทำความดี สร้างสรรค์สังคม

นอกจากนั้นในการขยายผลเครือข่ายไปสู่ระดับภูมิภาคในปี 2559 มีด้วยกัน 3 จังหวัด เริ่มที่เครือข่ายอนาคตไทยจังหวัดขอนแก่น ที่ผนึกกำลัง 18 องค์กร ลงนามความร่วมมือ ขับเคลื่อนโครงการอย่าให้ใครว่าไทย ภายใต้แคมเปญ “อย่าให้ใครว่าคนขอนแก่น ขี้โกง ฟุ้งเฟ้อ มักง่าย ไร้สติ” ตามมาด้วยจังหวัดสงขลาที่มีการแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างมูลนิธิมั่นพัฒนาในนามเครือข่ายอนาคตไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) สำนักงานจังหวัดสงขลา และมูลนิธิบุคคลพอเพียง มุ่งปลุกจิตสำนึก“อย่าให้ใครว่าไทยฟุ้งเฟ้อ” ในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษา และสุดท้ายคือจังหวัดสุโขทัยที่ได้มีการลงนามความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนโครงการอย่าให้ใครว่าไทย กับภาคีในจังหวัดสุโขทัยกว่า 30 องค์กร ภายใต้แคมเปญ “อย่าให้ใครว่าคนสุโขทัยไร้วินัย” โดยทั้ง 3 จังหวัดมีการจัดเวทีเสวนา “คิดดี..มีตังค์”  ซึ่งมีเหล่าศิลปินดารามาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการ “รู้หา รู้ใช้ รู้ออม” สร้างวินัยทางการเงินให้กับเยาวชนด้วย

ในด้านการพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่ายนั้น ได้จัดให้มีทั้งการประชุมระดมสมองสมาชิกเครือข่ายในการวางแผนการทำงานทั้งในภาพรวมของเครือข่ายและการประชุมกลุ่มย่อยของแต่ละกลุ่มองค์กรสมาชิกที่ขับเคลื่อนในแต่ละประเด็น โดยการประชุมในภาพรวมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ชู 3 ยุทธศาสตร์หลักในการทำงาน ได้แก่ การสร้างการรับรู้ การสร้างการเรียนรู้ และการร่วมแรงของเครือข่าย หลังจากนั้นในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน มีการจัดประชุมกลุ่มย่อยขององค์กรสมาชิกที่ขับเคลื่อน “อย่าให้ใครว่าไทย” ในแต่ละมิติ (ขี้โกง ฟุ้งเฟ้อ มักง่าย ไร้สติ) และประเด็นอื่นๆ ซึ่งได้แก่กลุ่มองค์กรด้านสุขภาพ เพื่อระดมสมองในการวางแผนขับเคลื่อนรณรงค์ร่วมกันและประสานพลังในการดำเนินงานของแต่ละกลุ่ม นอกจากนั้น เพื่อสานสัมพันธ์เครือข่ายอนาคตไทยยังได้จัดกิจกรรม “อย่าให้ใครว่าไทยไม่รักษ์สิ่งแวดล้อมกับเครือข่ายอนาคตไทย ตอน ปลูกปะการัง ชมเต่า ไม่เอาขยะ” ซึ่งสมาชิกเครือข่ายอนาคตไทยได้มาร่วมกันทำกิจกรรมเก็บขยะบริเวณชายหาดนภาธาราภิรมย์ สนามบินอู่ตะเภา และชายหาดอ่าวดงตาล จ.ชลบุรี เพื่อรณรงค์ปลูกจิตสำนึกหยุดพฤติกรรมมักง่ายในเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา

ปิดท้ายการทำงานเครือข่ายอนาคตไทยในปี 2559 ด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการเครือข่ายอันจะนำมาซึ่งความยั่งยืนในการดำเนินงานต่อไปในอนาคต โดยร่วมมือกับทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจัดทำโครงการวิจัยการบริหารจัดการภาคีเครือข่ายอนาคตไทย เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการภาคีเครือข่ายอนาคตไทยที่มีประสิทธิภาพ โดยวิธีการศึกษาในครั้งนี้คณะผู้วิจัยใช้การสร้างโมเดลการทำงานเครือข่ายจากการรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแปลงให้เข้ากับลักษณะการดำเนินงานของเครือข่ายที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วนำมาขยายผลปฏิบัติจริงในองค์กรสมาชิกเครือข่าย เพื่อถอดบทเรียนและขยายผลสู่องค์กรสมาชิกอื่นๆ จนสามารถพัฒนาและยกระดับเป็นโมเดลการทำงานเครือข่ายอนาคตไทยที่มีประสิทธิภาพได้ในที่สุด โดยประเด็นที่เป็นกรณีศึกษาในการวิจัยครั้งนี้คือ การแก้ไขปัญญาหนี้สินของพนักงานและการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร ซึ่งจะมีการรายงานผลการศึกษาในสิ้นเดือนมีนาคม 2560 นี้

การขับเคลื่อนแคมเปญ “อย่าให้ใครว่าไทย” ยังคงก้าวต่อไปโดยมีแผนรุกหน้าไปอีกขั้น มุ่งสร้างเครื่องมือตัวช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยในขั้นปฏิบัติการในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ซึ่งจะนำมารายงานให้ทราบเป็นระยะต่อไป ทั้งนี้สำหรับการดำเนินภารกิจของเครือข่ายอนาคตไทยในปี 2559 เป็นไปด้วยดีเนื่องด้วยความร่วมมือจากองค์กรสมาชิกเครือข่ายที่มีเจตนารมณ์เดียวกันคือมุ่งหวังที่จะเห็นการพัฒนาชีวิตของคนไทย และพร้อมใจกันที่จะก้าวสู่การดำเนินภารกิจในปี 2560 ซึ่งยังมุ่งให้ความสำคัญใน 3 ยุทธศาสตร์หลัก รับรู้ เรียนรู้ ร่วมแรง เพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป


เปิดอ่าน1,395
5 อันดับข่าวเศรษฐกิจฮิต