เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง  :  10 ม.ค. 2560

ภัยแล้ง!!ฉุดจีดีพีเกษตรหดตัว0.5 

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

       ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ปี 59 หดตัว 0.5 เหตุจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและภัยแล้ง ขณะที่รายได้เกษตรกร โดยเฉลี่ยตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม 59 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 คาดปีนี้แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรจะขยายตัวร้อยละ 2.4-3.4 

         นางสาวจริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2559 พบว่า หดตัวร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับปี 2558 สาขาพืชและสาขาบริการทางการเกษตร หดตัวร้อยละ 1.8 และ 0.5 ขณะที่สาขาปศุสัตว์ สาขาประมง และสาขาป่าไม้ ขยายตัวร้อยละ 2.8 2.5 และ 2.2 ตามลำดับ

 

ภัยแล้ง!!ฉุดจีดีพีเกษตรหดตัว0.5 

 

         โดยปัจจัยลบที่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรหดตัว คือ ปรากฏการณ์เอลนีโญและสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ เกิดภัยแล้งในหลายพื้นที่ของประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2559 โดยปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนหลักต่างๆ อยู่ในเกณฑ์น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชหลายชนิด โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแถบภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ส่วนการทำประมงทะเลยังคงประสบปัญหาเรื่องของการปรับตัวและการปฏิบัติตามกฎหมายประมงของผู้ประกอบการเรือประมง และการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีทิศทางลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีนยังคงชะลอตัว

 

ภัยแล้ง!!ฉุดจีดีพีเกษตรหดตัว0.5 

 

         ส่วนปัจจัยบวก ได้แก่ นโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนดให้ ปี 2559 เป็นปีแห่งการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยได้ดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ ในการปฏิรูปภาคการเกษตร เช่น โครงการศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 882 ศูนย์ ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) ธนาคารสินค้าเกษตร รวมถึงการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากร

         ด้านการผลิตปศุสัตว์ส่วนใหญ่เป็นฟาร์มมาตรฐานที่มีการวางแผนการผลิตและดูแลอย่างเป็นระบบ แม้ปัญหาอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจะกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์บ้าง แต่ปริมาณผลผลิตปศุสัตว์โดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่สถานการณ์การผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงปรับตัวดีขึ้นมาก เนื่องจากการจัดการปัญหาโรคกุ้งตายด่วนที่มีประสิทธิภาพ เกษตรกรมีการบริหารจัดการฟาร์มที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศที่ทรงตัวในระดับต่ำ ทำให้ต้นทุนการผลิตทางการเกษตรไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

 

ภัยแล้ง!!ฉุดจีดีพีเกษตรหดตัว0.5  

 

         ทั้งนี้ รายได้เกษตรกร เฉลี่ยเดือน มกราคม-ตุลาคม 2559 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ สับปะรดโรงงาน ยางแผ่นดิบ ปาล์มน้ำมัน ลำไย ทุเรียน มังคุด เงาะ สุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ เพิ่มขึ้น

          สำหรับแนวโน้ม เศรษฐกิจการเกษตรปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.4-3.4 โดย สาขาพืช ขยายตัวร้อยละ 2.6-3.6 สาขาปศุสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 1.1-2.1 สาขาประมง ขยายตัวร้อยละ 3.0-4.0 สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัวร้อยละ 1.5-2.5 และสาขาป่าไม้ ขยายตัวร้อยละ 2.2-3.2 โดยปี 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน (Changing Towards Smart Agriculture) ซึ่งจะดำเนินนโยบายและมาตรการด้านการเกษตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการผลิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 

 

ภัยแล้ง!!ฉุดจีดีพีเกษตรหดตัว0.5 

 

           นอกจากนี้ คาดว่าสภาพอากาศและปริมาณน้ำจะเอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตรมากกว่าปี 2559 เนื่องจากในช่วงปี 2559 ฝนเริ่มตกตามฤดูกาล ทำให้มีปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนหลักเพิ่มขึ้น ซึ่งเพียงพอต่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของพืชที่สำคัญ ประกอบกับเศรษฐกิจโลกในปี 2560 มีทิศทางดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย ทั้งมีปัจจัยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอาจทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย อาจทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทยไปยังประเทศจีนลดลง

 


เปิดอ่าน