วรรณกรรม, ศักดิ์สิริ มีสมสืบ, สุสาน, น้ำค้าง, Young, Memorial, Poets, สุสานน้ำค้าง, บทกวีจำนวนหนึ่งได้ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ, face book, คนล่าฝัน, สยมภู ฤกษ์ใหญ่, ภาษาดี

ศิลปะ-วัฒนธรรม  :  13 พ.ย. 2559

สุสานน้ำค้าง Young Memorial Poets

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : โดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

          ขณะเราเศร้าโศกโลกยังหมุน ชีวิตยังดำเนินต่อไป

          “บทกวีจำนวนหนึ่งได้ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ”

          ขณะบทกวีจำนวนหนึ่งอยู่ในห้วงเวลาของการรอคอยการประกาศผลรางวัลซีไรต์ประจำปีนี้ ไม่ว่ากวีคนใดจะอยู่ในภาวะรู้สึกนึกคิดอย่างไร บทกวีก็มีชีวิตของมันเอง

          ผมได้หนังสือรวมบทกวีเล่มหนึ่งจากมือของมิตรผู้หนึ่งเป็นผลงานของกวีหนุ่ม “สุสานน้ำค้าง” เป็นบทกวีเล่มแรกของเขา

          "สยมภู ฤกษ์ใหญ่”

          “หนุ่มนักฝันผู้หลงใหลในเสียงเพลง ศิลปะและการเดินทาง รู้จักตัวไม่เคยเห็นหน้ากัน แต่ผมรู้สึกสนิทสนมไปล่วงหน้าผ่านความสัมพันธ์เสมือนจริง แห่งโลกมายาที่มีชื่อเรียกว่า “face book”

          และเมื่อได้อ่านบทกวี “สุสานน้ำค้าง” ของเขา ผมก็หลับตาเห็นภาพของตนเอง หนุ่มนักฝันผู้หลงใหลในเสียงเพลงและ ศิลปะ ส่วนการเดินทางนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องเป็นไปตามธรรมชาติของนักฝัน และความฝันนั้นเป็นกลไกธรรมชาติของมนุษย์

          “ใจความของความแปลกหน้า บทกวีจำนวนหนึ่งก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในความเหงา ความเงียบ และบาดแผล”

          ผมอ่านบทกวีของเขา ด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นบทกวีของตนเอง “เมืองไม่เคยหลับใจไม่เคยตื่น ต่างกล้ำกลืนฝืนทนบากบั่น ผู้คนมากมายวุ่นวายถึงไหนกัน ผ่านคืนวันฝันใฝ่กลางใจเมือง” (เมืองไม่เคยหลับใจไม่เคยตื่น หน้า 17)

          คนในวัยหนุ่มสาวนั้น ความฝันมักเดินนำหน้า คือ ชีวิตเดินตามความฝัน หรือประมาณ “คนล่าฝัน” นั่นแหละครับ แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็จะก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับความฝัน ซึ่งบางคนอาจก้าวเดินนำหน้าความฝันไป กระทั่งทอดทิ้งความฝันไว้เบื้องหลัง

          วิถีของกวีนั้นเป็นวิถีของคนโดดเดี่ยว ความสำเร็จของกวีอยู่ที่การยอมรับนับถือจากสองส่วน ครึ่งหนึ่งจากผู้อ่านอีกครึ่งหนึ่งจากความรู้สึกภายในตนเอง

          ผมอ่าน “สุสานน้ำค้าง” ไปทีละบททีละหน้าอย่างช้าๆ เหมือนว่าเดินย้อนทางกลับไป ความรัก ความเศร้า ความหวัง ความเหงา ความคิดถึง ความหิว ความเจ็บปวด เหน็บหนาว ความสว่าง ความมืด ความภาคภูมิ ความหยิ่งผยอง กระทั่งความขลาดเขลา เมามาย บทกวีของ “สยมภู ฤกษ์ใหญ่” แสดงเห็นถึงการผจญ เผชิญ และเขาได้ก้าวผ่านทุกสิ่งมา การใช้ภาษาของเขาอยู่ในระดับ “เคียงบ่าเคียงไหล่” กับความฝัน คือมีความสัมพันธ์สนิทสนม ไม่ใช่เป็นทาสรับใช้ หรือแสดงอำนาจบังคับความฝัน พูดง่ายๆ ว่า “ภาษาดี” มีเสียง จังหวะ ทำนอง ที่เป็นของเขา สมกับที่เขามีจิตใจใฝ่การดนตรี และบทกวีของเขามีสี, แสง-เงา, น้ำหนัก, ระยะ สมกับที่เขามีจิตใจใฝ่ศิลปะ

          ไม่ว่ากวีจะเป็นเช่นไร บทกวีจะมีชีวิตของมันเอง

          เหมือนว่ากวีนั้นเขียนบทกวี แต่บทกวีต่างหากที่เขียนตัวมันเอง ผ่านตัวตนของกวี ความสำเร็จของกวีต้องอาศัยการยอมรับจากผู้อื่นส่วนหนึ่ง แต่ความสำเร็จของบทกวีจบสิ้นในตัวมันเอง

          สยมภู ฤกษ์ใหญ่ กวีหนุ่มคนหนึ่ง กับก้าวแรกที่สวยงามบนถนนสายกวีนิพนธ์อันยาวไกล “สุสานน้ำค้าง”


เปิดอ่าน
5 อันดับข่าวศิลปะ-วัฒนธรรมฮิต