ึคมชัดลึก, ข่าวเศรษฐกิจ, ประเมินความเสียหาย, ม.รังสิต, น้ำท่วมใต้, น้ำท่วม, ใต้, ฉุด, จีดีพี, 058084

เศรษฐกิจ > ข่าวเศรษฐกิจ  :  8 ม.ค. 2560

น้ำท่วมใต้ฉุดจีดีพี0.58-0.84%

ม.รังสิต ประเมินน้ำท่วมใต้ เศรษฐกิจเสียหายมูลค่า 85,000-123,841 ล้านบาท กระทบจีดีพี 0.58-0.84% แนะรัฐเร่งออกมาตรการเยียวยา จับตาอาหารทะเลราคาพุ่ง

          นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้น ผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ โอกาสการลงทุน การสูญเสียรายได้ของประชาชนและภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว ภาคขนส่งคมนาคม ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรมไม่ต่ำ  85,000-123,841 ล้านบาท กระทบจีดีพีคิดเป็น ร้อยละ 0.58-0.84 อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ภาคการบริโภคชะลอตัวลง การว่างงานในภาคใต้เพิ่มขึ้นชัดเจน แต่อัตราการว่างงานทั้งประเทศยังคงต่ำกว่า 2% 

          ทั้งนี้ การสูญเสียรายได้และความเสียหายเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวไม่น่าจะต่ำกว่าสัปดาห์ละ 6,000 - 11,000 ล้านบาท ส่วนความเสียหายในภาคเกษตรกรรมไม่น่าจะต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการและนักลงทุน ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมภาคใต้ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ น่าจะลดอย่างชัดเจน

          อย่างไรก็ตาม ความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยรวมยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เนื่องจากต้องมีการสำรวจหลังน้ำลด แต่เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้มีลักษณะเป็นน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ความเสียหายต่อทรัพย์สินจึงค่อนข้างมากเพราะเตรียมการรับมือไม่ได้ดีนัก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบถึง 10 จังหวัด ครอบคลุม 85 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 7 แสนถึงล้านคน เส้นทางคมนาคมในหลายพื้นที่ถูกตัดขาดทำให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก 

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า รัฐควรเร่งเยียวยาประชาชน เกษตรกร ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่เดือดร้อน เตรียมรับมืออาหารทะเลราคาแพงขึ้น หรือ กุ้งอาจขาดแคลนเนื่องจากบ่อกุ้งได้รับความเสียหายหนักในพื้นที่นครศรีธรรมราช สุราษฎรธานี แนวโน้มราคายางพารา น้ำมันปาล์มปรับตัวสูงขึ้น 

          นอกจากนี้ ควรมีมาตรการช่วยเหลือให้เปล่าจากงบกลางไม่ต่ำกว่า 5,000 - 10,000 ล้านบาททันที และมาตรการอื่นๆ เช่น มาตรการทางการเงิน ด้วยการลดดอกเบี้ย ยืดหนี้ ดอกเบี้ยต่ำกู้เงินเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพ มาตรการภาษี เช่น ลดภาษีนิติบุคคลสำหรับกิจการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง มาตรการใช้จ่ายภาครัฐ เช่น อัดฉีดเม็ดเงินหลังน้ำท่วมเพื่อซ่อมแซมสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่ได้รับความเสียหาย และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้เป็นการเฉพาะ


เปิดอ่าน
5 อันดับข่าวเศรษฐกิจฮิต