ต่างประเทศ  :  12 ม.ค. 2560

ให้ลูกชายดูแลธุรกิจ ไม่ช่วยทรัมป์พ้นปมผลประโยชน์ทับซ้อน

รุมวิจารณ์มาตรฐานจริยธรรมยังไม่ผ่าน โดนัลด์ ทรัมป์ แค่ส่งมอบธุรกิจหมื่นล้านให้ลูกชายสองคนดูแลขณะนั่งทำเนียบขาว อ้างไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ยังไม่ขายหุ้น

 

           12 ม.ค ในการแถลงข่าวครั้งแรกนับจากได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคมตามเวลาท้องถิ่น นายโดนัลด์ ทรัมป์ มาพร้อมกับเอกสารมากมายเป็นตั้งๆอยู่บนโต๊ะที่ลงนามส่งมอบอาณาจักรธุรกิจให้ดอน จูเนียร์ วัย 38 ปี กับเอริค วัย 32 บุตรชายสองคนที่เกิดจากภรรยาคนแรก เป็นผู้บริหารดูแล โดยที่เขาจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมหารือและตัดสินใจใดๆ  จากนั้นได้ส่งมอบเวทีให้ เชรี ดิลลอน ทนายความ อธิบายต่อว่า แผนการนี้ว่า จะกันทรัมป์ออกจากการบริหารธุรกิจอย่างเด็ดขาด และยืนยันว่า ระหว่างที่ทรัมป์นั่งเก้าอี้ทำเนียบขาว จะไม่มีการทำข้อตกลงธุรกิจกับต่างประเทศเพิ่มเติม ส่วนข้อตกลงกับต่างแดนที่อยู่ระหว่างพิจารณากว่า 30 ฉบับ ก็ยกเลิกแล้ว สร้างความเสียหายหลายล้านดอลลาร์แก่ทรัมป์และลูกๆ

            ตามแผนการนี้ จะมีที่ปรึกษาด้านจริยธรรมประเมินและอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรว่าข้อตกลง การดำเนินงานและธุรกรรมใหม่ใดก็ตาม ไม่ขัดจริยธรรมและจุดความวิตกด้านผลประโยชน์ทับซ้อน นอกจากนี้แล้ว ทรัมป์จะบริจาคกำไรจากธุรกรรมอันเกิดจากรัฐบาลต่างชาติกับโรงแรมของเขาให้กับกระทรวงการคลัง ซึ่งคือกำไรของชาวอเมริกัน

            ส่วน อิวานกา บุตรสาว จะไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจในทรัมป์ ออร์กาไนเซชันเช่นกัน  เนื่องจากสามีของเธอ  จาเร็ด คุชเนอร์ เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาทำเนียบขาว

             วอลเตอร์ ชาวบ์ หัวหน้าสำนักงานจริธรรมรัฐบาล แถลงในวันเดียวกัน วิจารณ์แผนการทรัมป์ ว่ายังไม่ได้มาตรฐานอย่างที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆกระทำมาตลอด 40 ปี นับจากรัฐสภาสหรัฐผ่านกฎหมายว่าด้วยจริยธรรมรัฐบาลในปี 2521 หลังคดีอื้อฉาววอเตอร์เกต ลำพังการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวข้อตกลงใหม่ๆในบริษัท ยังไม่คลี่คลายข้อกังขาด้านผลประโยชน์ทับซอน  และเรียกร้องให้ทรัมป์ขายหุ้นและถอนตัวจากธุรกิจแบบสิ้นเชิง หรือตั้ง blind trust ที่หมายถึงการมอบให้คณะบุคคลอิสระ ไม่ใช่คนในครอบครัว เป็นผู้ควบคุมดูแลและตัดสินบริหารทรัพย์สินแทน โดยมีอำนาจอิสระในการบริหารและตัดสินใจซื้อและขายทรัพย์สินอย่างแท้จริง ปราศจากการรับรู้และอิทธิพลแทรกแซง

            นอกจากนี้ ริชาร์ด เพนเทอร์ อดีตทนายด้านจริยธรรมของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช วิจารณ์เช่นกันว่าแผนของทรัมป์ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย และว่าที่ผู้นำสหรัฐมีเวลา อีก 8 วันในการแก้ปม

           ทรัมป์ มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดที่กำลังจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 อย่างเป็นทางการในอีก 8 วันข้างหน้า  บริหาร ทรัมป์ ออร์กาไนเซชั่น กลุ่มธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ และอาคารที่พักหรูหราที่มีเครือข่ายอยู่ใน 20 ประเทศทั่วโลกแต่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่มีการเปิดตัวเลขต่อสาธารณะ นอกจากนี้ การที่ทรัมป์เลี่ยงเปิดเผยเรื่องยื่นภาษี อ้างว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบบัญชี ก็เท่ากับว่าสาธารณชนจะยิ่งรับรู้น้อยมากถึงขอบข่ายที่แท้ของผลประโยชน์ทางธุรกิจของทรัมป์

            ด้าน Privco ซึ่งให้บริการข้อมูลการเงินและธุรกิจของบริษัทเอกชน ระบุว่าทรัมป์ ออร์กาไนเซชัน มีพนักงานราว 2.2 หมื่นคน และมีรายได้ 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2557


เปิดอ่าน