การเมือง > ข่าวการเมือง  :  9 มิ.ย. 2559

คุก2ปี'เมธี-วัชระ'หมิ่นจตุพรอมเงิน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 1 แสน 'เมธี' อดีตแนวร่วม นปช. 'วัชระ' อดีต ส.ส.ปชป. หมิ่น 'จตุพร' อมเงินบริจาคเสื้อแดง 68 ล้าน ลดโทษหนึ่งในสาม รอลงอาญาไว้ 2 ปี

                    9 มิ.ย. 59  เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3910/2553 ที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเมธี อมรวุฒิกุล อดีตแนวร่วม นปช. และอดีตดารานักแสดงชื่อดัง , บริษัท นสพ.แนวหน้า จำกัด , นายโชคชัย สุมน , นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ , บริษัท เอ็นเอส ทีนิวส์ จำกัด , บริษัท เอเอสทีวีผู้จัดการ จำกัด และนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน เป็นจำเลยที่ 1 - 7 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 และ 332

                    ตามฟ้องโจทก์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 53 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 53 นายเมธี แถลงข่าวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทำนองว่านายจตุพร อมเงินบริจาคของคนเสื้อแดงจำนวน 68 ล้านบาท และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้หญิงบนชายหาดเมืองพัทยา รวมทั้งกล่าวหาว่านายจตุพร โทรศัพท์ขู่ฆ่าจำเลย ส่วนจำเลยที่ 2 - 7 ซึ่งเป็นสื่อมวลชนได้เผยเเพร่คำสัมภาษณ์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง

                    โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาวันที่ 30 มิ.ย. 57 ให้จำคุกนายเมธี จำเลยที่ 1 ฐานหมิ่นประมาทฯ 2 ปี และปรับ 100,000 บาท แต่คำให้การเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี เห็นควรลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกนายเมธี เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน และปรับ 66,666 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้นายเมธี จำเลยที่ 1 โฆษณาคำพิพาษาย่อใน นสพ.ไทยรัฐ และเดลินิวส์ด้วย เป็นเวลา 3 วัน โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย

                    ส่วนจำเลยที่ 2 - 7 นั้น ศาลเห็นว่า ทางนำสืบของโจทก์ ไม่ได้แสดงว่ามีการแต่งเติมข้อความส่วนใด อย่างไร จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิด ขณะที่จำเลยที่ 2 - 6 ก็เป็นเพียงเจ้าของ นสพ.แนวหน้า และ นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน ก็ไม่ปรากฏว่าสมคบร่วมกับนายเมธีจำเลยที่ 1 ในการหมิ่นประมาท จึงพิพากษายกฟ้อง

                    ต่อมานายเมธี ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง ขณะเดียวกัน นายจตุพร โจทก์ก็ยื่นอุทธรณ์ ให้ศาลพิพากษาลงโทษนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ปชป.จำเลยที่ 4 ด้วย

                    ขณะที่วันนี้ นายเมธี เดินทางมาศาล พร้อม เปิดเผยก่อนเข้าห้องพิจารณาว่า ตัวเองอยู่ในโครงการคุ้มครองพยาน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คดีที่ นปช.ถูกฟ้องข้อหาก่อการร้าย จึงไม่ทราบนัดอ่านอุทธรณ์ในครั้งแรก แต่เมื่อทราบว่าถูกออกหมายจับที่ไม่มาคำพิพากษาครั้งแรก เจ้าหน้าที่ก็ได้พาตัวเองเข้ามอบตัว ซึ่งศาลถอนหมายจับแล้ว

                    โดยนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้ จำเลยทั้งหมด ก็ได้เดินทางมาศาล

                    ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแลัว เห็นว่า มีบันทึกคำถอดเสียงของนายเมธี จำเลย ซึ่งถ้อยคำเป็นการหมิ่นประมาท

                    ส่วนที่นายเมธี อุทธรณ์ว่า ข้อความดังกล่าวเป็นความจริง เนื่องจากตลอดการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ไม่มีการจัดทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายเงินบริจาค แต่นายเมธี ก็ไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันว่านายจตุพร โจทก์นำเงินบริจาคของแนวร่วม นปช.ไปใช้จ่ายส่วนตัว แต่อย่างใด

                    ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง นำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านบทความของตัวเองใน นสพ.แนวหน้า โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงไม่ใช่การติชมด้วยความเป็นธรรม หรือการแสดงความคิดเห็น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นายวัชระ จำเลยที่ 4 มานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น

                    ศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษาแก้ให้จำคุก นายเมธี จำเลยที่ 1 และนายวัชระ จำเลยที่ 4 คนละ 2 ปี และปรับคนละ 100,000 บาท

                    แต่คำเบิกความจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ลดโทษ หนึ่ง ในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสองไว้ คนละ 1 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 66,666 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี

                    ส่วนจำเลยที่เหลือ ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ และผู้จำหน่าย พิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าร่วมกับนายเมธี จำเลยที่ 1 กระทำผิด และให้จำหน่ายคดีบริษัทเอ็นเอส ทีนิวส์ จำกัด จำเลยที่ 5 ออกจากสารบบความด้วย เนื่องจากโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ในเวลาที่กำหนด

 

 


http://videolink.nationchannel.com/data/5/2016/06/09//iab9h5ceh6e67kk9eka6f.mp4
เปิดอ่าน