การเมือง > ข่าวการเมือง  :  14 ธ.ค. 2559

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้องมัลลิกาหมิ่น ว.5 โฟร์ซีซั่น

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง“มัลลิกา”รองโฆษกปชป.ไม่ผิดหมิ่น แถลงข่าวตรวจสอบ “ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” ว.5 โฟรซีซั่นส์ ชี้ วิพากษ์วิจารณ์ติชมด้วยความเป็นธรรม 

        14 ธ.ค. --  ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.2493/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ร่วมกัน ยื่นฟ้อง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณี ว.5 โฟรซีซั่นส์

       ตามฟ้องโจทก์ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 19-20 ก.พ.55 จำเลยได้แถลงข่าวหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นว่า มีพฤติการณ์และความประพฤติผิดจริยธรรม ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เสียชื่อเสียง โจทก์จึงขอให้ยึดทำลายเอกสารที่มีข้อความดังกล่าว และโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน

       โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 เม.ย.56 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากคำเบิกความของโจทก์และโจทก์ร่วมแตกต่างกันในเรื่องของห้องที่ใช้ในการประชุมที่โรงแรมโฟรซีซั่นส์ และข้อความที่จำเลยแถลงข่าวนั้นก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นการกล่าวหาโจทก์ร่วมในประเด็นเรื่องที่โจทก์ร่วมผิดจริยธรรมหรือไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไรบ้าง การแถลงข่าวของจำเลยจึงเป็นการติชมด้วยความสุจริตเป็นธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อขอให้ลงโทษตามกฎหมาย 

       ขณะที่วันนี้ นางมัลลิกา จำเลย เดินทางมาพร้อมทนายความเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เบิกความว่า ในวันที่ 8 ก.ย.55 เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ที่ห้อง Executive Club ตั้งแต่เวลา 14.30 -23.00 น. ซึ่งมีลูกค้ามารับประทานอาหารและเครื่องดื่ม แต่พยานจำได้ว่าแต่ละคนเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการประจำ ดังนั้นจึงแสดงว่าเรื่องที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ โจทก์ร่วมเข้าร่วมประชุม น่าจะไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขนาดเป็นการลับที่จำเป็นต้องมาพูดคุยในสถานที่ดังกล่าว จนไม่สามารถเปิดเผยได้ 

       ดังนั้น เมื่อโจทก์ร่วม ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับการประชุมที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ได้ ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่โจทก์ร่วมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่โดยตรงต้องเข้าประชุม เนื่องจากเป็นการพิจารณากฎหมายซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติ จึงย่อมเป็นเหตุให้จำเลยซึ่งมีหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของโจทก์ร่วมและในฐานะประชาชนมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยพฤติกรรมของโจทก์ร่วมได้ 

       นอกจากนี้ การแสดงความเห็นของจำเลยเป็นลักษณะเชิงตั้งคำถามมากกว่ายืนยันข้อเท็จจริง อีกทั้งเมื่อโจทก์ร่วมเป็นนายกรัฐมนตรี ย่อมเป็นบุคคลที่ประชาชนสามารถตั้งข้อสงสัย ติดตามพฤติกรรมและแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ด้วยความเป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) การกระทำจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้ยกฟ้อง 

       ภายหลัง นางมัลลิกา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดีใจที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โดยเห็นตนทำหน้าที่ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ซึ่งเป็นการตั้งคำถามและไม่ยืนยันข้อเท็จจริง โดยบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ 

       ทั้งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 หลังมีคดีความกับอดีตนายกรัฐมนตรีก็มีเรื่องที่กดดันและวุ่นวายหลายอย่างตนก็มีกำลังใจและยืนหยัดในการทำหน้าที่นี้มาโดยตลอดและจะทำหน้าที่ต่อไป 

 


เปิดอ่าน