คมชัดลึก, อุ้ม, ออกกฎหมาย, กระทรวงยุติธรรม, อินเตอร์, ร่าง, เอาผิด, คดี, ซ้อม, ทรมาน, ยธโกอินเตอร์

ข่าวทั่วไป  :  29 ธ.ค. 2559

ยธ.โกอินเตอร์ ร่างกม.เอาผิดคดีซ้อมทรมาน

คุ้มครองสิทธิฯเร่งออกกฎหมายเอาผิดจนท.รัฐซ้อมทรมาน-อุ้มหาย. กำหนดชัดไม่ถือเป็นคดีการเมือง. ให้ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวน ศาลคดีทุจริตเป็นผู้พิจารณาคดี

น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยถึงการประชุมเพื่อดำเนินการตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม. ในฐานะที่ผู้บังคับใช้กฎหมายโดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ตำรวจและทหาร ว่า ที่ผ่านมาพบว่ายังมีปัญหาดังกล่าวอยู่บ้างเพราะเจ้าหน้าที่ยังขาดความรู้และเข้าใจในเรื่องที่ต้องปฎิบัติตามอนุสัญญาฯอย่างทั่วถึง. แม้อนุสัญญาต่อต้านการทรมานจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ปี 2550 แล้วก็ตาม แต่ไทยยังไม่ได้มีการกำหนดความผิดเฉพาะฐานทรมาน หรือระบุให้เป็นความผิดเฉพาะตามกฎหมายอาญา

 

    รวมทั้งกระบวนการที่ใช้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการทรมาน ก็ยังไม่ได้มีการกำหนดไว้เป็นลักษณะเฉพาะ จึงทำให้การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดอนุสัญญาฯต้องมีการเทียบเคียงกฎหมายไทยที่บังคับใช้อยู่. ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่มีการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานในการดำเนินการที่เกี่ยวกับการทรมานตามอนุสัญญาฯอย่างเป็นระบบ จึงทำให้ไม่มีกลไกในการดำเนินคดีหรือ ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเหยื่อ

 

    น.ส.ปิติกาญจน์ กล่าวอีกว่า ผลของการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของภาคีอนุสัญญาต่อตานการทรมาน ทำให้ไทยซึ่งเป็นรัฐภาคีมีพันธกรณีที่ต้องปฎิบัติตามพันธกรณีที่กำหนดไว้ในสัญญา เช่น การจัดทำรายงานประเทศเสนอต่อคณะกรรมการสหประชาชาติ การสร้างหลักประกันในอนุสัญญา ฯโดยต้องมีการกำหนดกฎหมาย กฎระเบียบปฎิบัติ หรือนโยบายภายในประเทศให้สอดคล้องกับพันธกรณีอนุสัญญา ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว

 

    จึงมอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ จัดทำร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ... โดยมีการประชุมกันหลายครั้ง เพื่อเสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัตินั้น. โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา

 

    ครม.ได้มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฉบับที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว. ขั้นตอนต่อจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อเป็นกฎหมายต่อไป

    สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ บททั่วไปที่กำหนดฐานความผิดให้การกระทำทรมานหรือกระทำให้บุคคลสูญหายไม่เป็นความผิดทางการเมือง สามี ภรรยา และบุตรของผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องคดีได้. หรือในหมวดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯจะมีรมว.ยุติธรรมเป็นประธาน และมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิมนุษยชน. แพทย์และนักจิตวิทยา มาร่วมวางแผนกำหนดมาตรการคุ้มครอง เยียวยา

    ผู้ได้รับผลกระทบ ส่วน หมวดการดำเนินคดี มีการกำหนดให้การซ้อมทรมานเป็นความผิดแนบท้ายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ โดยให้ดีเอสไอมีอำนาจสืบสวนสอบสวน ยกเว้นคดีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอตกเป็นผู้ต้องหา ให้ตำรวจเป็นผู้มีอำนาจสืบสวนสอบสวนแทน  และกำหนดให้ศาลอาญาคดีทุจริตเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีซ้อมทรมาน


เปิดอ่าน