บ้านใหญ่, นักการเมือง, อำนาจ, แห่ง, เจ้าพ่อ, ศูนย์ดำรงธรรม

รายงานพิเศษ > บทวิจารณ์/ความเห็น  :  15 ก.ย. 2559

บ้านใหญ่นักการเมือง...อำนาจแห่งเจ้าพ่อ

บ้านใหญ่นักการเมือง...อำนาจแห่งเจ้าพ่อ  : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดยสิริศักดิ์ มีสมสืบ

ขออนุญาตเลี่ยงที่จะใช้คำว่า “นักการเมือง” หรือ “ผู้แทนราษฎร” ในบทความชุดที่ผมเขียนถึงผู้มีอิทธิพลในชนบท มาใช้คำว่า “บ้านใหญ่” แทน น่าจะให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นมาบ้าง เพราะถึงอย่างไรผมก็คลุกคลีอยู่กับบุคคลเหล่านี้ มาเกือบตลอดครึ่งค่อนชีวิตการทำงาน ข้าราชการฝ่ายปกครองหลีกไม่พ้นนักการเมือง ไม่ว่าในท้องถิ่นหรือระดับชาติ

สัมผัสแรกที่ผมรู้จักนักการเมือง ยุคสมัย บุญเท่ง ทองสวัสดิ์, สะอาด ปิยวรรณ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง รวมถึงเป็นรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง รวมถึง เทียม ไชยนันทน์, อุดร ตันติสุนทร ผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก บุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นบุคคลที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเกือบทั้งสิ้น บางคนปัจจุบันยังคงทำหน้าที่รับใช้ชาติบ้านเมือง แม้จะสูงอายุไปบ้างก็ตาม

ผมรู้จักบุคคลเหล่านี้ เมื่อเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ภาคเหนือ คนเป็นผู้แทนราษฎร ย่อมเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในพื้นที่ชนบทไกลปืนเที่ยง เพราะใครไหนๆ พี่น้องประชาชน แม้กระทั่งลูกเด็กเล็กแดง ไม่ว่าบนถนนคอนกรีตหรือถนนดินลูกรัง รู้จักสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกันทั้งนั้น

ผู้แทนในอดีต เป็นสุดยอดของนักการเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์ เพราะบุคคลเหล่านี้ แทบจะไม่เข้าไปแตะต้องการบริหารงานแผ่นดินของข้าราชการในจังหวัดหรืออำเภอ ยกเว้นเฉพาะส่วนกลาง กระทรวง ทบวง กรม เท่านั้น ที่เจ้ากระทรวงจะคอยกำกับดูแลให้เป็นไปตามทิศทางพรรคการเมืองที่วางเอาไว้

แต่ถึงอย่างไร ถ้าต่ำกว่าอำนาจปลัดกระทรวงลงมา ฝ่ายการเมืองจะไม่เข้ามาแตะต้อง แต่ยุคปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ปี ข้าราชการต้องตบเท้าเข้า "บ้านใหญ่” จนฝุ่นตลบ เพื่อวิ่งหาตำแหน่ง หางบประมาณ ขอบารมีนักการเมืองให้ช่วยดูงานโครงการ แผนงาน ข้อบังคับ แม้กระทั่งหาเงินก้อนโตๆ มาให้ท้องถิ่น เพื่อร่วมทำงานกับผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแต่ละปี แต่ละเดือน นักการเมืองท่านไหนหาเงินได้มากๆ ก็เป็นที่ยกย่องเชิดชูของคนในท้องถิ่น

นักการเมืองระดับชาติ จึงเป็นผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ในทุกเรื่อง เนรมิตความฝันให้ประชาชน ข้าราชการประจำ เป็นที่พึ่งพิงของนายกท้องถิ่นทุกระดับ กลับกลายเป็นบริวารว่านเครือที่ต้องติดสอยห้อยตามกันไปไม่เว้นแต่ละวัน

ถึงอย่างไร ผู้แทนราษฎรก็คงทำหน้าที่เป็น “ศูนย์ดำรงธรรม” เหมือนปัจจุบัน บ้านนักการเมืองต้องมีโต๊ะรับเรื่องราวร้องทุกข์ ชาวบ้านจะยึดเป็นที่พึ่งหลัก มากกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอเสียอีก แท้จริงปัญหาบางเรื่องก็ต้องจับโยนไปให้ข้าราชการประจำเป็นผู้แก้ไข เรื่องราวไม่ใช่จะจบลงอย่างง่ายๆ บางเรื่องคาราคาซังจนถึงปัจจุบัน

แต่ที่กระหึ่มไปทั้งวงการก็คือ การเข้าไปล้วงลูกข้าราชการประจำ ทั้งจังหวัดและอำเภอ กลายกลับเป็นการฉ้อฉล ทุจริตคอร์รัปชั่น ดังกระหึ่มไปทั้งจังหวัด

นี่คือภาพลักษณ์ที่เสียหายเป็นอย่างยิ่งของนักการเมืองที่จากไปเมื่อไม่กี่วันนี้ เขาล้วงทุกอย่าง ทุกชิ้นโครงการ ไม่ว่าการบรรจุแต่งตั้ง การสอบเลื่อนระดับ กำหนดงบประมาณมาลง ลงไปถึง ใครจะได้เข้ามารับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ถ้าไม่ใช่สายของตน ต้องเขี่ยออกไปให้พ้นเส้นทาง

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ไม่รู้ว่าภาพหลอนเหล่านี้จะหายไปหรือไม่

นี่คือคำถามที่คาใจประชาชนประเทศไทย ไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรีจะทำให้มันใสสะอาดขึ้นมาได้อย่างไร ผมอยากจะรู้จริงๆ.


เปิดอ่าน