พรรคการเมืองข้อเสนอ, กฎหมาย, พรรคการเมือง, ยื่น, โจทย์, พรรค, ต้อง, เปิด, พื้น, ที่ทำงาน, คนดี, เสียสละ, ยื่นโจทย์, กมพรรคฯ, ต้องเปิดพื้นที่ทำงาน, คนเสียสละ, คนดี - คนเสียสละ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคชาติไทยพัฒนา, ธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค, พรรคไทยรักธรรม โดย นายนราวิชญ์ ชะยะ, กรธ, คณะรักษาความสงบแห่

รายงานพิเศษ > บทวิเคราะห์/สกู๊ปพิเศษ  :  14 ธ.ค. 2559

ยื่นโจทย์ กม.พรรคฯ ต้องเปิดพื้นที่ทำงาน "คนดี - คนเสียสละ"

พรรคการเมือง ยื่นข้อเสนอทำกฎหมายพรรคการเมือง เปิดพื้นที่ให้คนดี คนเสียสละ ทำงานการเมือง พร้อมขอปลดล็อกคำสั่ง คสช. รายงานโดย ขนิษฐา เทพจร

                คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเวทีแรกเพื่อรับฟังความคิดเห็นของ “ตัวแทนพรรคการเมือง” ต่อเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับเบื้องต้น ซึ่งได้เผยแพร่เนื้อหาต่อสาธารณะไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในงานมีตัวแทนพรรคการเมืองทั้งสิ้น 26 พรรค รวมจำนวน กว่า 70 คนเข้าร่วม

 

                สำหรับข้อเสนอแนะที่ “ตัวแทนพรรคการเมือง” เสนอพุ่งเป้าไปยังการให้ปรับบทบัญญัติของร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับโจทย์ของการพัฒนาพรรคการเมือง ให้เป็นสถาบันทางการเมืองและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

 

                โดย “พรรคประชาธิปัตย์” ส่งความเห็นเป็นหนังสือ ลงนามโดย อภิสิทธิ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรค เสนอ 2 ประเด็นให้ปรับแก้  คือ 1.บทเฉพาะกาลว่าด้วยระยะเวลาที่ให้สมาชิกพรรคต้องจ่ายค่าบำรุงพรรคการเมือง ภายใน 150 วัน เพราะในการปฏิบัติจริงมีขั้นตอนที่ต้องชี้แจงและทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรค ต่อเนื้อหาของกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากพรรคได้เก็บค่าบำรุงพรรค ปีละ 20 บาท ดังนั้นหากไม่ชี้แจงอาจเกิดปัญหาด้านสายสัมพันธ์ได้ รวมถึงขั้นตอนการชี้แจงหากทำผ่านระบบไปรษณีย์อาจมีค่าใช้จ่ายมหาศาลและต้องใช้เวลามาก

  

           “ดังนั้นจึงเสนอให้เขียนบทเฉพาะกาลโดยระบุถึงการมีอยู่ของสมาชิกพรรคการเมือง 2 ประเภท คือ ประเภทที่ชำระค่าบำรุงพรรค และประเภทที่ยังไม่ชำระค่าบำรุงพรรคแต่ให้คงสถานภาพการเป็นสมาชิกพรรคไว้ พร้อมกับขอขยายเวลาให้กับสมาชิกพรรคที่ต้องชำระค่าบำรุงพรรค ออกไปเป็น 4 ปี”

   

          และประเด็นที่ 2 กรณีการกำหนดให้มี สาขาพรรค อย่างน้อยภาคละ 1 สาขา และกำหนดให้ตั้งตัวแทนของพรรคในเขตเลือกตั้งที่ไม่มีสาขาพรรค นั้น อาจเกิดปัญหากรณีที่พรรคการเมืองซึ่งไม่สนับสนุนความเป็นประชาธิปไตยนำระบบการตั้งตัวแทนมาใช้แทนการตั้งสาขา ส่วนหนึ่งเพื่อเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายได้

 

                ขณะที่“พรรคชาติไทยพัฒนา” มีข้อเสนอแนะสำคัญ คือ  1.ไม่ควรบังคับให้สมาชิก ต้องชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง เพราะบุคคลทั่วไปหรือสมาชิกพรรคที่มีความศรัทธาในพรรคการเมือง สามารถชำระค่าบำรุงพรรคได้เอง โดยไม่ต้องบังคับ, 2.ไม่ควรห้ามบุคคลที่ถูกตัดสิทธิทาการเมือง สังกัดเป็นสมาชิกพรรค  และ 3. กรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค หากคดีฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรมอื่น ควรกำหนดให้การพิจารณากรณียุบพรรค เป็นไปภายหลังที่คดีฯ ถึงที่สุดแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความลักลั่นในผลพิจารณาคดี

 

                นอกจากนั้นในความเห็นของ“พรรคชาติไทยพัฒนา”  ซึ่งส่งเป็นหนังสือลงนามโดย “ธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค”ยังมีข้อท้วงติงต่อการเขียนเนื้อหา ที่คลุมเคลือ กินความกว้าง และลงโทษเกินสมควร อาทิ การกำหนดหน้าที่ของพรรคการเมือง ตามมาตรา 23 ซึ่เขียนแบบกว้าง แต่มีบทลงโทษที่รุนแรง คือ ยุบพรรคการเมือง, ร่างมาตรา 29  และ ร่างมาตรา 30 ว่าด้วยการห้ามซื้อ หรือขายตำแหน่งสมาชิกพรรรคการเมือง โดยกังวลว่าอาจเกิดกรณีกลั่นแกล้งทางการเมืองได้ ขณะที่บทลงโทษกรณีดังกล่าว ถือว่ารุนแรงเกินสมควร , ร่างมาตรา 31 ว่าด้วยห้ามบุคคลที่ไม่ใช่พรรคการเมืองใช้ชื่อ ชื่อย่อ เครื่องหมายของพรรค ขาดการนิยามที่ชัดเจน และไม่รู้ขอบเขตที่ชัดเจน เช่น หมายรวมถึงการห้ามแจกเสื้อ หรือ แผ่นป้าย หรือ สิ่งของที่มีชื่อ ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายของพรรค แก่บุคคลทั่วไปที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคหรือไม่, ร่างมาตรา 32 ว่าด้วยการหาสมาชิกพรรคให้ได้ 20,000 คนภายใน 4 ปี ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการเพิ่มจำนวนสมาชิกพรรคตามสาขาภูมิภาคหรือเพิ่มส่วนใด

 

               “ขณะนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่เปิดโอกาสให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ดังนั้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลที่ให้พรรคทำดำเนินการด้านต่างๆ ควรพิจารณาระยะเวลาให้สอดคล้องกับกรณีที่ คสช. จะเปิดโอกาสให้พรรคทำกิจกรรมได้ไม่ใช่นับจากวันที่กฎหมายนี้ใช้บังคับเท่านั้น”ความเห็นของพรรคชาติไทยพัฒนาระบุ

 

                ส่วนความเห็นของ พรรคชาติพัฒนา โดย ร.ต. ประภาส ลิมประพันธุ์รองหัวหน้าพรรค เสนอให้ทบทวน 1.ประเด็นที่เกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมือง เพราะกระบวนการที่กำหนดไว้ อาทิ การจ่ายทุนประเดิม หรือการชำระค่าบำรุงพรรคแบบรายปี ทำให้การจัดตั้งทำได้ยาก เพราะปิดกั้นโอกาสและจำกัดเสรีภาพของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้เข้าร่วมงานการเมือง อีกทั้งกรณีที่กำหนดว่าหากไม่สามารถจ่ายค่าบำรุงพรรคได้ จะเป็นเหตุให้นำไปสู่การสิ้นสภาพของพรรคการเมือง ถือเป็นเนื้อหาที่ทำให้พรรคการเมืองขาดความเข้มแข็ง , 2.ประเด็นการกำหนดความรับผิดชอบให้หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคต้องร่วมรับผิดชอบกับการกระทำผิดกฎหมายหรือระเบียบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของบุคคล ถือเป็นบทลงโทษที่ไม่ยุติธรรมและขัดต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ  ส่วนบทลงโทษที่กำหนดอัตราโทษสูงเพื่อให้คนหวาดกลัว และไม่ทำผิดกฎหมายนั้นตนเห็นด้วย แต่การเขียนให้ถึงขั้นประหารชีวิต เทียบเท่ากับผู้ที่เป็นกบฎหรือฆ่าผู้อื่น ถือเป็นการกำหนดโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ

 

               “ผู้ที่ทำงานการเมือง คือผู้ที่เสียละ และอุทิศตนเข้ารับใช้บ้านเมือง และเป็นผู้มีจิตอาสาอย่างแท้จริง ดังนั้นหากผู้ที่เสียสละเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ประเทศ มีความเสี่ยงจะรับโทษอย่างรุนแรงตามร่างกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะการรับผิดต่อการกระทำของบุคคลอื่น ผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนดี มีคนที่เสียสละเข้ามาทำงานกับพรรคการเมืองหรือไม่ ผมประกาศยุติบทบาททางการเมืองแล้ว แต่ฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยและอยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาและประชาชนผาสุข หาก กรธ. ไม่แก้ไขเนื้อหา ประเทศไทยอาจเสียโอกาสที่จะได้ผู้มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต และคนรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงและรับใช้บ้านเมืองในอนาคตได้”

   

              ขณะที่ตัวแทนของพรรคการเมืองขนาดเล็ก ซึ่งยังไม่เคยมีมี ส.ส. ในสภาฯ  เสนอความเห็นด้วยว่า “พรรคไทยรักธรรม โดย นายนราวิชญ์ ชะยะ” เสนอให้ปรับระยะเวลาที่พรรคต้องดำเนินกิจกรรม อาทิ ประชุมใหญ่ ปรับปรุงข้อบังคับพรรค และจัดตั้งสาขาพรรค ภายใน 180 วัน ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับพรรคการเมืองที่จะดำเนินการ ดังนั้นในการทำกิจกรรมต่างๆ ของให้เพิ่มเวลาทำกิจกรรมด้านต่างๆ เช่น ประชุมพรรค หรือตั้งสาขา ให้มีความเหลื่อมเรื่องเวลา อย่างน้อย 1 เดือน

 

                ด้านข้อเสนอของ พรรคเสรีรวมไทย โดย “สมหมาย บุญเฮง” ขอให้ทบทวนการจ่ายค่าบำรุงพรรคการเมือง ที่กำหนดไว้ ไม่น้อยกว่าปีละ 100 บาท เพราะตอนลงพื้นที่พบประชาชนถูกตั้งคำถามอย่างมากว่า เมื่อเขาจ่ายเงินแล้วจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน  ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของอีกหลายพรรค อาทิ  พรรคเมืองไทยของเรา, พรรคประชาธิปไตย, ใหม่, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ที่ขอให้ทบทวนการชำระค่าบำรุงพรรค รวมถึงการจ่ายทุนประเดิมพรรคการเมือง เพราะประเด็นดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการทำงานการเมืองของประชาชนที่รวมตัวด้วยอุดมการณ์ แต่เนื้อหาที่เขียนไว้กลับเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเป็นของนายทุนเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่สนใจคนรายได้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ

 

                ส่วนความเห็นของ วิชิต ดิษฐ์ประสพ หัวหน้าพรรคชาติประชาธิปไตยก้าวหน้า ไม่เห็นด้วยกับร่างเนื้อหาที่กำหนดให้ บุคคลซึ่งรวมตัวจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องจ่ายทุนประเดิม และพรรคต้องมีทุนประเดิมอย่างน้อย 1 ล้านบาท รวมถึงกำหนดให้สมาชิกพรรคต้องจ่ายเงินค่าบำรุง เพราะมองว่าคือการสร้างภาระให้กับประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งประเด็นที่ “กรธ.” กำหนดไว้นั้น อาจขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านประชามติ ว่าด้วย สิทธิ และเสรีภาพของประชาชนในการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง ทั้งนี้หาก กรธ. ไม่ปรับแก้ไขและมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและตีความในประเด็นดังกล่าวทันที

            

     นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอจากตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ พรรคเครือข่ายพลังประชาชน เสนอให้ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ”ปลดล็อคการห้ามกิจกรรมของพรรคการเมืองโดยเร็วภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขของ “กรธ.” ซึ่งเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลของร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง

 

                ในตอนท้าย “อุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.” ตอบต่อประเด็นความเห็นของตัวแทนพรรคการเมือง ว่า จะรับทุกความเห็นไปพิจารณา แต่ยืนยันในหลักการของการจ่ายทุนประเดิมหรือค่าบำรุงพรรคการเมืองว่าเพื่อไม่ให้นายทุนใหญ่เข้าครอบงำพรรคการเมือง จึงกระจายการมีส่วนร่วมไปยังนายทุนเงินน้อยบ้าง อย่างไรก็ดีเนื้อหาของร่างกฎหมายท้ายสุดไม่ได้จบที่ กรธ. เพราะ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะเป็นผู้ตรากฎหมายเพื่อบังคับใช้

------


เปิดอ่าน
5 อันดับข่าวรายงานพิเศษฮิต