ทำเนียบฯ..เวทีร้องขอความเป็นธรรม, คมชัดลึก, ความเป็นธรรม, ร้องเรียน, บุกทำเนียบ, ย้อนรอย, ทำเนียบฯ, เวที, ขอความเป็นธรรม, เวทีขอความเป็นธรรม, ช่วยฉันไม่ได้หรือไง

รายงานพิเศษ > บทวิเคราะห์/สกู๊ปพิเศษ  :  27 ธ.ค. 2559

ทำเนียบฯ ....เวทีขอความเป็นธรรม ?

เมื่อหลายคนเลือกใช้ ทำเนียบรัฐบาลเป็นเวทีร้องเรียน ย้อนรอยเหตุระทึก พร้อมสแกนมาตรการ รปภ. ตรวจการแก้ไขปัญหาของศูนย์ดำรงธรรม สำเร็จหรือไม่อย่างไร

จากเหตุการณ์ วันนี้ (26 ธ.ค.) ที่ นายเฉลิม สอนนนฐี ก่อเหตุปีนกำแพงด้านข้างทำเนียบรัฐบาล ขึ้นไปหลังคาชั้น 2 ของธนาคารออมสิน สาขาทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องขอพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยเหลือเรื่องหนี้สินนอกระบบ และการไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการประมลงานรับเหมา  และได้โยนระเบิดปิงปองลงมาจนสร้างความตื่นตกใจไปทั่ว

 

ทั้งนี้จากการตรวจสอบ นายเฉลิมไม่ได้มาร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก หากแต่เคยมาร้องเรียนก่อนหน้านี้แล้วสองครั้ง เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2558 และวันที่ 1 ต.ค. 2558 โดยร้องเรียนเรื่องการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการประมูลงาน และเรื่อหนี้นอกระบบ

 

อย่างไรก็ตามเมื่อย้อนกลับไปตรวจสอบพบว่า ที่ผ่านมามีผู้ที่บุกมาร้องเรียนจนเป็นที่ฮือฮาทีทำเนียบเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และหลายครั้งที่บุกจนเกือบถึงตัวนายกรัฐธมนตรี แม้หลายคนจะตั้งข้อสังเกตุว่า นี่เป็นสถานที่ที่ที่เปรียบเหมือนศูนย์กลางการสั่งการของประเทศที่ควรมีการรักษาความปลอดภัยอย่างดีก็ตาม

ย้อนรอย บุกทำเนียบฯ ร้องขอความเป็นธรรม

ทำเนียบฯ ....เวทีขอความเป็นธรรม ?

 

โดย วันที่11 มิ.ย. 2550 มีแท็กซี่สีบานเย็นหมายเลขทะเบียน ทพ 7355 กทม.ของสหกรณ์แท็กซี่ไทย จำกัด มาจอดนิ่ง ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อตรวจสอบพบคนขับเป็นชายวัยประมาณ 40 ปี ทราบชื่อคือ นายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ นั่งอยู่โดยมีถังแก๊สปิ๊กนิควางบนตัก โดยมือขวามีดสปาต้าจ่อคอตัวเองและมือซ้ายถือปืนจุดเตาแก๊ส จากนั้นเมื่อตำรวจเดินเข้าไปขอพูดคุยด้วย แต่ชายคนดังกล่าวกลับลดกระจกลงแล้วยื่นเอกสารให้ ซึ่งขณะนั้นมีกลิ่นแก๊สลอยคละคลุ้งอยู่ในรถ ลอยตามออกมาด้วย จากนั้นก็ปิดกระจกรถโดยไม่ยอมพูดจาแต่อย่างใด

 

     โดยเอกสารระบุว่า ถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้มีสิทธิอาศัยอยู่บ้านเอื้ออาทร และสิทธิในแผงขายของ จึงขอให้เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพล นักการเมืองและกลุ่มนายทุนที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในการเคหะแห่งชาติโดยด่วน

  

     ครั้งต่อมาวันที่ 7 ก.พ. 2551ได้มีแท็กซี่สีแดง-ฟ้าคันหนึ่ง หมายเลขทะเบียน 9ท.- 2009 ขับเข้ามาจอดด้านหน้าป้อมตำรวจ บริเวณทางเข้าประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยได้จอดนิ่งและติดเครื่องไว้ พร้อมกับกดแตรบีบดังลั่นไปทั่วบริเวณ ทำ โดยทราบชื่อคนขับภายหลังว่าคือนายพงษ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ เจ้าเดิมที่เคยมาเรียกร้องก่อนหน้านี้ มาเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปราบปรามการทุจริตในการเคหะแห่งชาติ โดยเฉพาะบ้านเอื้ออาทร

    

จากนั้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2555 แท็กซี่ชมพูขาว ทะเบียน ทย 9522 กทม. ที่ขับรถบุกเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล จนถึงด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยเป็นเจ้าเดิมคือนายพงศ์พิชาญแต่คราวนี้มาเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมเรื่องเงินเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมทางการเมืองเนื่องจากได้รับน้อยเกินไป

  

จนกระทั่งมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ว่ากันว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด แต่ก็ไม่พ้นมีเหตุระทึก

โดยวันที่ 15 ต.ค. 2557  นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ก่อเหตุเผาตัวเองในศูนย์ดำรงธรรม จากกรณี ที่นำที่ดินไปค้ำประกันเงินกู้นอกระบบ โดยขณะที่ร้องเรียน ก็ได้กล่าวประโยคว่า "ช่วยฉันไม่ได้หรือไง" และจุดไฟเผาตัวเอง จนนางสังเวียนก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทำเนียบฯ ....เวทีขอความเป็นธรรม ?

 

วันที่1 เม.ย. 2558 เกิดเหตุชายวัยกลางคนลอบปีนรั้วทำเนียบรัฐบาล ฝั่งราชดำเนินนอก เข้ามาในทำเนียบรัฐบาล และปีนต้นไม้ไปที่ดาดฟ้าชั้นสองของตึกกองรักษาการณ์ตำรวจทำเนียบรัฐบาล ทราบว่าชายคนดังกล่าวชื่อ นายเฉลิม สอนนนฐีอายุ 43 ชาวจังหวัดน่าน เดินทางมาร้องเรียนนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือเรื่องหนี้นอกระบบ ที่มีอยู่กว่า 7 แสนบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานให้กระทรวงการคลังและธนาคารออมสินเข้าไปดูแลเรื่องดังกล่าวแล้ว

 

วันที่ 1 ต.ค. 2558   นายเฉลิม สอนนนฐี คนเดิม ใช้น้ำมันก๊าดราดแล้วขู่เผาตัวเอง บริเวณหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก และขณะที่ตำรวจกำลังเจรจาเขาได้ อาศัยจังหวะช่วงชุลมุนวิ่งผ่านประตูทำเนียบรัฐบาลเข้ามาอยู่บริเวณหน้าธนาคารออมสินเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้สงบสติอารมณ์ โดยครั้งนี้ระบุว่ามายื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีการยื่นเรื่องขอประมูลงานโครงการในพื้นที่จ.น่าน ซึ่งมีผู้แข่งขันจำนวนมากและอาจมีความใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จึงไม่ได้รับการพิจารณาประมูลงาน เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางมาร้องเรียนให้ตรวจสอบว่าโปร่งใส

ทำเนียบฯ ....เวทีขอความเป็นธรรม ?

     เมื่อวันที่ 21 มี.ค 2559 บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามสำนักงาน ก.พ. เกิดเหตุนางสาวจรินทร์ กะถินอายุ 51 ปี ได้นำน้ำมันมาราดตัว และพยายามที่จะ จุดไฟเผาตัวเอง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ดำเนินการปิดบ่อนพนันย่านเทเวศร์

ทำเนียบฯ ....เวทีขอความเป็นธรรม ?

 

ต่อมาวันที่ 14 มิ.ย. 2559 ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินเยี่ยมชมกิจกรรม ที่กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ นำมาแสดงที่บริเวณหน้าตึกบัญชาการหนึ่งทำเนียบรัฐบาล นางสาวเจนจุรี ช่วยพัฒน์ อายุ 27 ปี ได้ตะโกนขึ้น ขึ้นมาด้วยเสียงดังลั่นว่า “ ร้องขอความเป็นธรรม เรื่องคอนโดมีเนียม ตามที่มีโครงการก่อสร้างเพื่ออ่านความคิดของสมองมนุษย์" และเข้าไปจนเกือบถึงตัวนายกรัฐมนตรี

และล่าสุดในวันนี้ 26 ธ.ค. 2559  นายเฉลิม ก็ได้ก่อเหตุเป็นคำรบสาม

เช็คเรื่องร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม สำเร็จ เกือบ 90% 

อย่างไรก็ตามขั้นตอนในการดำเนินการของศูนย์ดำรงธรรม ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น เมื่อมีผู้มาร้องเรียนก็จะมีการแจกเรื่องไปยังศูนย์ดำรงธรรมในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้แก้ไขปัญหาต่อไป โดยเรื่องร้องทุกข์ที่กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 22,232 เรื่อง ภาคกลาง 16,941 เรื่อง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9,886 เรื่อง ภาคใต้ 7,987 เรื่อง ภาคเหนือ 6,561 เรื่อง ภาคตะวันออก 5,342 เรื่อง และ ไม่ระบุเรื่องหรือเป็นที่ต่างประเทศ 29,527 เรื่อง

 

ส่วนการจำแนกเรื่องตามประเภทพบว่า เรื่องหลัก คือ เรื่อง สังคมและสวัสดิการ 58,368 เรื่อง การร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐ 13,418 เรื่อง เศรษฐกิจ 10,092 เรื่อง การเมือง-การปกครอง 8,131 เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2,875 เรื่อง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก 79 เรื่อง

 

ทั้งนี้ เรื่องร้องเรียนที่แก้ปัญหาจนได้ข้อยุติ 87,843 เรื่อง คิดเป็ร 89.21 % และ อยู่ระหว่างดำเนินการ10,626 เรื่อง คิดเป็น 10.79 %

พบเพิ่งรื้อระบบ รปภ. 

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลนั้น ได้ปรับปรุงเมื่อกลงปีที่ผ่านมาโดยกำหนดประตูทางเข้าต่างๆ โดย นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญแ จะใช้เส้นทางเข้าออกประตู 1 และประตู 2 ฝั่งริมคลองเปรมประชากร สะพาน ชมัยมรุเชฐ

ขณะที่ ข้าราชการ ผู้สื่อข่าว จะเข้าออกประตู 10 ริมคลองผดุงกรุงเกษม ส่วนบุคคลทั่วไปและผู้สื่อข่าวที่ไม่มีบัตรทำเนียบ รัฐบาล ที่มาติดต่อราชการและทำข่าว จะให้แลกบัตรที่ประตู 10

ส่วนภายในทำเนียบรัฐบาล จะไม่อนุญาตให้รถยนต์ที่ไม่ใช่ของนายกฯ ครม. และแขกรัฐบาล วิ่งผ่านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี โดยจะให้เข้ามาทางประตู 10 ผ่านหน้าตึกบัญชาการ 1 แล้วอ้อมไปยังด้านหลังของตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี ได้เท่านั้น และให้ออกทางประตู 4 ฝั่งตรงข้ามสำนักงาน ก.พ. และออกประตู 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ

     โดยการดูแลความปลอดภัยนั้นเจ้าหน้าตำรวจและทหารประจำประตูทางเข้า-ออกทุกประตู

 

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยระบุว่า ยัง ไม่พอใจระบบรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ซึ่งอาจจะต้องปรับเปลี่ยนมาตราตามสถานการณ์อีก

เช่นเดียวกับวันนี้ที่เมื่อเกิดเหตุการณ์นายกรัฐมนตรีก็แสดงความไม่พอใจในทันที จึงคาดว่าอาจต้องมีการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมในเร็วๆนี้


เปิดอ่าน